Make your own free website on Tripod.com

 

 

วาเลนไทน์ปี '48 : เงินสะพัดทั่วไทย 2,200 ล้านบาท

 

หลังจากเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ซึ่งเป็นเทศกาลซื้อของขวัญและเทศกาลจับจ่ายใช้สอยของประชาชนเป็นประจำทุกปีได้สิ้นสุดลงแล้ว
โอกาสของการซื้อของขวัญที่สำคัญอีกช่วงหนึ่งในระยะต้นปีคือ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก คาดการณ์ว่าวันวาเลนไทน์
ป ีนี้จะคึกคัก เนื่องจากตรงกับวันจันทน์ ดังนั้นบรรยากาศการจับจ่ายซื้อของขวัญเพื่อมอบให้กับคนรักจะคึกคักตั้งแต่คืนวันที่
11 กุมภาพันธ์ไปจนถึงในช่วงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2548
หรือตั้งแต่วันศุกร์ไปจนถึงวันอาทิตย์ ทำให้มีเวลาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าได้มากกว่าวันทำงาน/เรียนหนังสือนอกจากนี้ในปีนี้ยังมีปัจจัยหนุนให้เม็ดเงินในช่วงวันวาเลนไทน์มีเงินสะพัดมากขึ้น
เนื่องจากเงินโบนัสและเงินแต๋ะเอียในช่วงตรุษจีนที่บรรดาบริษัทห้างร้านต่างๆจ่ายให้กับลูกค้านับว่าอยู่ในเกณฑ์สูงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งก็จะเป็น
การเพิ่มกำลังซื้อสำหรับวันวาเลนไทน์ในปีนี้ด้วย

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด สำรวจ “ วันวาเลนไทน์ปี 2005 ในสายตาคนไทย” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,820 คน ซึ่งการสำรวจในครั้งนี้เป็น
การสำรวจทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 21 มกราคม - 6 กุมภาพันธ์ 2548 คาดว่าในปี 2548 นี้จะมีเม็ดเงินสะพัดทั่วประเทศในช่วงวันวาเลนไทน์
ประมาณ 2,200 ล้านบาท เมื่อเทียบกับในปีที่ผ่านมาแล้วเม็ดเงินสะพัดเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10.0 โดยคาดว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในช่วงวัน
วาเลนไทน์ประมาณ 780 บาทต่อคน อย่างไรก็ตามเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามินั้นมีผลต่อพฤติกรรมของคนไทยในช่วงวันวาเลนไทน์ ซึ่งมีผลทำให้เม็ดเงินสะพัดในช่วงวันวาเลนไทน์นี้เพิ่มขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากมีกลุ่มตัวอย่างถึงร้อยละ 60.4 ที่ตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในช่วง
วันวาเลนไทน์ปีนี้ กล่าวคือ ในกลุ่มตัวอย่างที่ระบุว่าจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในช่วงวันวาเลนไทน์นั้น ร้อยละ 52.3 หันไปทำกิจกรรม/บริจาคเงินช่วย
เหลือผู้ประสบภัยสึนามิแทน ร้อยละ 19.5 ลดกิจกรรมต่างๆในช่วงวันวาเลนไทน์ลง ร้อยละ 19.3 ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อสิ่งของต่างๆในช่วงวันวาเลนไทน์ลง
และอีกร้อยละ 9.1 หันมาให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์มากขึ้น

ค่าใช้จ่ายในช่วงวันวาเลนไทน์แยกรายภาค

ภาค

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน

( บาท)

ค่าใช้จ่ายรวม

( ล้านบาท)

กรุงเทพฯและปริมณฑล

1,166.28

800

กลาง

542.14

400

เหนือ

302.89

300

ตะวันออกเฉียงเหนือ

922.49

500

ใต้

150.89

200

เฉลี่ยโดยรวม

783.1

2,200

ที่มา : โพลล์บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

สินค้ายอดฮิตที่จะมีการมอบให้กันในวันวาเลนไทน์นั้นยังคงเป็นดอกกุหลาบ โดยเฉพาะดอกกุหลาบสีแดง แม้ว่าจะมีการคาด
หมายกันว่าราคาดอกกุหลาบในปีนี้จะแพงกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะอากาศที่แปรปรวนและเกษตรกรเลิกปลูกกุหลาบหันไปปลูกไม้อื่นๆแทน
ทำให้ปริมาณการผลิตกุหลาบลดลง ส่วนดอกกุหลาบที่นำเข้าก็มีราคาสูงขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนเช่นกัน อย่างไรก็ตามจากการสำรวจ
พบว่าคนกรุงเทพฯที่เป็นกลุ่มตัวอย่างถึงร้อยละ
41.0 ยังยืนยันที่จะให้ดอกกุหลาบ เนื่องจากเห็นว่าดอกกุหลาบสีแดงนั้นเป็นสัญญ
ลักษณ์ของวันวาเลนไทน์ และการจัดช่อดอกไม้ในวันวาเลนไทน์ในปีนี้ยังมีการเพิ่มงบประมาณเป็น 1,000-2,000 บาท จากที่
ในปีที่แล้วกำหนดงบประมาณไว้เพียง 500-1,000 บาทเท่านั้น ดังนั้นในช่วงวันวาเลนไทน์กิจการร้านจัดดอกไม้ เกษตรกรและผ
ู้ค้าดอกไม้ต่างได้รับประโยชน์จากเงินสะพัดกันถ้วนหน้า

กิจกรรมยอดฮิตในช่วงวันวาเลนไทน์คือ การบอกรักผ่านกามเทพไฮเทคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เน็ตโดยการฝากข้อความ
การส่งการ์ดออนไลน์ และการสั่งดอกไม้ออนไลน์ ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นตามลำดับ คาดว่าในช่วงวันวาเลนไทน์มีเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจ
เหล่านี้ไม่น้อยทีเดียว นอกจากนี้กิจกรรม 5 อันดับแรกที่นิยมทำในวันวาเลนไทน์คือ รับประทานอาหารนอกบ้าน ส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ
ดูภาพยนตร์ โทรศัพท์คุยกันเป็นกรณีพิเศษ และฟังเพลง ซึ่งหลากหลายกิจกรรมเหล่านี้ก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในหลากหลายธุรกิจเช่นกัน

ในวันวาเลนไทน์เป็นช่วงที่บรรดาธุรกิจต่างรอคอยด้วยความคาดหวังว่าเทศกาลจะกระตุ้นให้ยอดจำหน่ายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นมากกว่า
ในภาวะปกติ แม้ว่าเทศกาลวันแห่งความรักเป็นวัฒนธรรมของตะวันตกที่เข้ามาแทรกซึมความคิดของคนรุ่นใหม่ได้อย่างกลมกลืน แต่ก็มีผลให้แนวความคิดในการแสดงถึงความรักของคนไทยเปลี่ยนแปลงรูปแบบจากที่เคยเป็นเรื่องที่ถือว่าควรปกปิดมาเป็นการเปิด
เผยมากขึ้น อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่ากลุ่มวัยรุ่นนั้นเป็นกลุ่มเป้าหมายของเทศกาลนี้ โดยเริ่มจับกลุ่มตลาดตั้งแต่เด็กเล็ก วัยรุ่น-วัยเรียน
ไปจนถึงคนที่ทำงานแล้ว โดยการมอบของขวัญให้แก่กันเพื่อเป็นการแสดงถึงความรักหรือมิตรภาพใสๆระหว่างเพื่อน ไปจนถึงความรักของหนุ่ม
สาวหรือคู่รัก      
      ซึ่งพฤติกรรมที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละกลุ่มเป้าหมายจุดประกายการเจาะตลาดให้บรรดานักธุรกิจทั้งหลายผลิตสินค้าในวันแห่งความรักน
ี้เพื่อสนองความต้องการที่หลากหลายในช่วงเทศกาลดังกล่าว